ทำความรู้จัก “ภาษาคอมพิวเตอร์” อธิบายระดับของภาษาต่างๆ

ซอฟต์แวร์ หมายความว่า คำบัญชาการหรือชุดคำสั่ง ที่เขียนขึ้นมาเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ดำเนินการจากที่พวกเราปรารถนา พวกเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรก็เขียนเป็นคำบัญชา ซึ่งจะต้องสั่งเป็นขั้นตอนแล้วก็แต่ละขั้นตอนจำต้องทำให้ถี่ถ้วนแล้วก็ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งจะกำเนิดเป็นงานชิ้นหนึ่งขึ้นมามีชื่อเรียกว่า “โปรแกรม” ซอฟต์แวร์จะแบ่งได้จำพวกใหญ่ๆได้ 2 ชนิด

  • 1.1 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบ (System Software)
  • 1.2 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ประยุกต์ (Application Software)

ระดับของภาษา (Level of Languages)

ภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็คือ โปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่คนที่มีหน้าที่เขียนโปรแกรมเขียน เพื่อใช้สั่งงานตามแบบ แล้วก็องค์ประกอบของภาษาซึ่งแบ่งได้ 3 ระดับดังต่อไปนี้เป็น

  1. ภาษาระดับที่ค่อนข้างต่ำ (Low Level Language) เป็นภาษาที่มนุษย์ทำความเข้าใจได้ยาก จำนวนมากควรจะมีความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ แล้วก็อุปกรณ์อย่างดีเยี่ยมก็เลยจะสามารถพัฒนาโปรแกรมสั่งงาน ได้มีจุดเด่นในส่วนที่พัฒนาโปรแกรมควบคุมอาร์ดาแวร์แต่ละส่วนได้โดยตรงก็เลยปฏิบัติงานได้เร็ว แต่ว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้ในลัษณะของการออกแบบโปรแกรม แบบอย่างของภาษาระดับที่ค่อนข้างต่ำดังเช่น ภาษาเครื่อง (Machine Language) รวมทั้งภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language) ฯลฯ
  2. ภาษาระดับกลาง (Medium Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพราะเหตุว่ามีลักษณะ เป็นภาษาแบบองค์ประกอบ ทำความเข้าใจได้ดังภาษาระดับสูงแต่ว่าดำเนินการได้เร็วทันใจอย่างกับภาษาระดับที่ค่อนข้างต่ำ สามารถใช้บนเครื่องที่มีความเร็วแตกต่างกันโดยไม่ต้องดัดแปลงแก้ไข ภาษาระดับกลางก็เลยเป็นที่ชื่นชอบใช้กันแพร่หลาย แบบอย่างของภาษาระดับกลาง ยกตัวอย่างเช่น ภาษาซี ฯลฯ
  3. ภาษาระดับสูง (High Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ง่าย มีลักษณะของการใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากมาย การสั่งให้คอมพิวเตอร์ดำเนินงาน ควรจะมีการให้ความหมายของคำบัญชา โดยใช้ตัวแปลภาษาครั้งละชุดคำสั่งที่เรียกว่า Interpreter หรือแปลครั้งเดียวอีกทั้งโปรแกรมที่เรียกว่า Compiler
  4. ภาษาระดับสูงมากมาย (Very high-level Language) เป็นภาษาสมัยที่ 4 (fourth-generation language) หรือ 4GLs จะเป็นภาษาที่ใช้พัฒนาโปรแกรมได้สั้นกว่าภาษาในสมัยก่อนๆการทำงานบางสิ่งสามารถใช้เพียงแค่ 5 ถึง 10 บรรทัดแค่นั้น ในขณะถ้าหากเขียนด้วยภาษา บางทีอาจจะต้องใช้ถึง 100 บรรทัด โดยฐานรากแล้ว ภาษาในสมัยที่ 4 นี้มีคุณลักษณะที่แยกจากภาษาในยุคก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด พูดอีกนัยหนึ่งภาษาในสมัยก่อนนั้นใช้แนวทางของ การเขียนโปรแกรมแบบโพรซีเยอร์ (procedurl language) ในช่วงเวลาที่ภาษาในสมัยที่ 4 จะเป็นแบบ ไม่ใช้โพรซีเยอร์ (nonprocedurl language) ผู้พัฒนาโปรแกรมเพียงแค่ระบุว่าปรารถนาให้โปรแกรมทำอะไรบ้างก็สามารถพัฒนาโปรแกรมได้โดยทันที โดยไม่ต้องรู้ดีว่าทำเป็นยังไง ทำให้การเขียนโปรแกรมสามารถทำได้ง่ายแล้วก็เร็วทันใจ
  5. ภาษาธรรมชาติ (Nature Language) เป็น ภาษาสมัยที่ 5 (fifth generation language) หรือ 5GLs ธรรมชาติเป็นธรรมชาติคน เป็นไม่ต้องพึงพอใจถึงคำบัญชาหรือลำดับของข้อมูลที่ถูก ผู้ใช้ก็แค่พิมพ์สิ่งที่มีความต้องการลงในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นคำหรือประโยคดังที่ผู้ใช้รู้เรื่อง ซึ่งจะก่อให้มีลักษณะของคำสั่งหรือประโยคที่แตกต่างออกไปได้มากมาย เนื่องจากผู้ใช้แต่ละคนบางทีอาจจะใช้ประโยคไม่เหมือนกัน ใช้ศัพท์แตกต่างเช่น แทงบอลออนไลน์ และก็ยังรวมทั้งบางบุคคลบางทีอาจจะใช้คำศัพท์แสลงก็ได้ คอมพิวเตอร์จะบากบั่นแปลคำหรือประโยคพวกนั้นตามคำสั่ง แต่ว่าหากไม่อาจจะแปลให้รู้เรื่องได้ ก็จะมีปัญหากลับมาถามผู้ใช้เพื่อการันตีความถูกต้องแน่ใจ ภาษาธรรมชาติจะใช้ ระบบฐานความรู้ (knowledge base system) ช่วยสำหรับเพื่อการแปลของคำบัญชาต่างๆ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *