ภาษาจาวา

ภาษาจาวา (Java programming language) เป็นภาษาที่มีจุดประสงค์นำมาแทนภาษา C++ เพราะมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถใช้ได้ในหลากหลายแพลทฟอร์มโดยไม่จำเป็นต้องเขียนใหม่เพื่อรอบรับแพลทฟอร์มนั้นๆ จึงทำให้ประหยัดเวลาเป็นอย่างมาก รองรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ(OOP) และสามารถใช้ได้ทุกระบบปฏิบัติการ

ประวัติ ภาษาจาวา

ภาษาจาวา แต่เดิมใช้ชื่อว่า “ภาษาโอ๊ก” ซึ่งมาจากต้นไม้โอ๊กที่ใกล้ที่ทำงานของผู้ก่อตั้ง ซึ่งมีนามว่า เจมส์ กอสลิง จากบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ แต่เนื่องมาจากปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์จึงจำต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “จาวา” ซึ่งสื่อความหมายถึง กาแฟ แทน โดยเริ่มพัฒนาในปี 1991 เป็นส่วนหนึงของโครงการ กรีนโปรเจ็ค และเปิดตัวสู่สาธารณะในปี 1996

เจมส์ กอสลิง บิดาแห่ง จาวา
เจมส์ กอสลิง บิดาแห่งจาวา

 

ข้อดีข้อเสียของภาษาจาวา

  • สามารถใช้ได้ทุกแพลทฟอร์ม ไม่จำเป็นต้องแก้ไขดัดแปลงใดๆ เช่น เราเขียนโปรแกรมใช้บนพีซีทั่วไป แต่ก็สามารถนำไปใช้ได้ในแพลทฟอร์มอื่นๆ ได้ เช่น บนมือถือ
  • เป็นภาษาที่รองรับการเขียนเชิงวัตถุแบบสมบูรณ์ ซึ่งสามารถเขียนงานที่ซับซ้อนได้ดี
  • ภาษาจาวา มีความซับซ้อนที่น้อยกว่าภาษาซี ใช้ code ที่น้อยกว่าแต่สามารถทำงานได้เหมือนกัน ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมด้วย
  • แจ้งข้อผิดพลาดทั้งตอน compile และช่วงเวลาใช้โปรแกรม (Runtime) ซึ่งทำให้การแก้ไข Bug นั้นทำได้ง่ายกว่าการเขียนภาษาอื่นๆ

ในส่วนของข้อด้อยของภาษาจานั้น จะทำงานได้ช้ากว่าภาษาในแบบ native code เนื่องจาก code จาวานั้นจะแปลงเป็นภาษากลางก่อน จึงทำให้ขั้นตอนจะมากกว่าภาษาอื่นๆ ที่สามารถแปลง code ไปเป็นภาษาเครื่องได้เลย

เครื่องมือที่ใช้ในการเขียนภาษาจาวา

จริงๆแล้วเราสามารถใช้ Notepad ทั่วไปหรือ Edit Plus ในการเขียนก็ได้ เพียงแค่ดาวน์โหลด JDK จาก Sun Microsystem สำหรับในการ Compile Code ซึ่งสามารถดาวน์โหลด JDK ได้ที่นี่

แต่ที่จะแนะนำเครื่องมือยอดนิยมสำหรับคนที่สนใจจะเลือกพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาจาวา โดยจะเรียกเครื่องมือเหล่านี้ว่า IDE (Integrated Development Environment) ซึ่งมีให้เลือกใช้กันหลายตัว แต่ที่แนะนำ ณ ที่นี้ จะเป็น IDE ที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก เราลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Eclipse

eclipse

Editor ยอดนิยมที่สามารถรองรับการเขียนโปรแกรมได้หลากหลายภาษา รวมทั้งภาษาจาวาด้วย ซึ่งทางผู้พัฒนาออกแบบมาให้ใช้งายได้ง่าย จุดที่ผู้เขียนชอบนั่นก็คือ สามารถกด Ctrl + Space Bar ในการเลือกดู Method หรือเรียก Attributes ที่จะสามารถนำมาใช้งานได้ ซึ่งจะสะดวกและทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ในเวลาที่เราเขียน code เสร็จแล้วอยากทดสอบรันโปรแกรม เราก็สามารถกดปุ่ม Run ได้ทันที แต่ระบบจะทำการแจ้งเตือนให้ Save งานก่อนทุกครั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลย แถมปลอดภัยกับโปรเจ็คของเราเสียด้วยซ้ำ

สามารถดาวน์โหลด Eclipse ได้ที่: https://www.eclipse.org/downloads/

NETBEANS

NetBeans

เครื่องมือที่ช่วยเขียน Java ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของเครื่องมือนี้ก็คือ ติดตั้งง่ายไม่ยุ่งยากและยังช่วยแยกแยะ code ของเราโดยแบ่งเป็นสีต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการมองและแก้ไข code  พร้อมทั้งยังมี tools ต่างๆ ที่สามารถหยิบยกเอามาใช้ได้ เหมาะแก่ผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรม และสามารถกดปุ่ม run เพื่อทำการ compile และ run โปรแกรมของเราแบบอัตโนมัติ

สามารถดาวน์โหลด Netbeans ได้ที่: https://netbeans.org/downloads/